Get Adobe Flash player

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

Home เกี่ยวกับสำนักพุทธ

เกี่ยวกับสำนักพุทธ

วิสัยทัศน์พันธกิจ

ประวัติสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ประวัติสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

การบริหารกิจการพระศาสนานั้น เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ตามพุทธบัญญัติ แต่เนื่องจากอาณาจักรและศาสนจักร ต้องประสานกัน เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ รัฐบาลในฐานะผู้รับสนองพระราชภาระของพระมหากษัตริย์ จึงเข้าไปมีส่วนร่วม ในการดำเนินงานกิจการทางศาสนา ตามประวัติและพัฒนาการโดยลำดับ ดังนี้

-  สมัยกรุงสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยา มีราชบัณฑิต และ หมื่นราชสังฆการี รับมอบหมายภารกิจด้านการศาสนา

-  ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีหน่วยงานรับผิดชอบ 3 หน่วยงานคือ กรมธรรมการ กรมสังฆการี และกรมราชบัณฑิต

พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้ง กรมศึกษาธิการ ขึ้นดูแลโรงเรียนต่าง ๆ ในขณะนั้น

พ.ศ. 2435 รวมกรมธรรมการ กรมสังฆการี กรมพยาบาล กรมพิพิธภัณฑ์สถาน และกรมศึกษาธิการ เป็นกระทรวงธรรมการ

พ.ศ. 2441 “ ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง “ ให้ราษฎรมีความรับผิดชอบ และให้รู้จักการประกอบอาชีพ ในทางสุจริต โดยให้พระภิกษุสงฆ์เป็นผู้สั่งสอนอบรม (พ.ศ. 2442 กระทรวงมหาดไทย ได้โอนหน้าที่การอุดหนุนการศึกษา ให้กระทรวงธรรมการตามเดิม)

พ.ศ. 2445 ประกาศใช้ “ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 ซึ่งมีบัญญัติให้พระสงฆ์ทุกระดับ มีหน้าที่บำรุงการศึกษาในวัดอีกด้วย

พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้มีการปรับปรุงตำแหน่งหน้าที่ ในกระทรวงธรรมการ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยมีกองบัญชาการและแบ่งกรมใหญ่มีหัวหน้าเป็นอธิบดี 2 กรม คือ กรมธรรมการ และ กรมศึกษาธิการ และใน 2 กรมดังกล่าว ก็มีกรมเล็ก ๆ ซึ่งหัวหน้ามีตำแหน่งเป็นเจ้ากรมอยู่ในสังกัด คือ กรมสังฆการี กรมพระอาราม กองอธิกรณ์ ขึ้นอยู่กับกรมธรรมการ ส่วนกรมราชบัณฑิต กรมวิสามัญศึกษา กรมสามัญศึกษา ขึ้นกับกรมศึกษาธิการ

พ.ศ. 2462 ได้มีการเปลี่ยนชื่อ กระทรวงธรรมการ เป็น กระทรวงศึกษาธิการ และโปรดให้ย้ายกรมธรรมการ ไปรวมอยู่ในพระราชสำนักตามประเพณีเดิม

ซึ่งรวมกรมสังฆการีอยู่ด้วยกันไปสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการ ทั้งนี้ “โดยที่ทรงพระราชดำริว่า การศึกษาไม่ควรจะแยกจากวัด”

พ.ศ. 2469 เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงธรรมการ อีกครั้งหนึ่ง และย้ายกรมธรรมการ ซึ่งรวมกรมสังฆการีอยู่ด้วยกัน ไปสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการ ทั้งนี้ “โดยที่ทรงพระราชดำริว่า การศึกษาไม่ควรจะแยกจากวัด”

พ.ศ. 2474 มีการเปลี่ยนแปลงราชการในกระทรวงธรรมการและกรมสังฆการีเข้าด้วยเช่นเดิม กรมธรรมการยังคงสังกัดอยู่ในกระทรวงธรรมการเรื่อยมา แม้ภายหลังสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง

พ.ศ. 2484 ได้มีประกาศพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เปลี่ยนชื่อ กระทรวงธรรมการ เป็น กระทรวงศึกษาธิการ และเปลี่ยนชื่อ กรมธรรมการ เป็น กรมการศาสนา

พ.ศ. 2545 ในวันที่ 3 ตุลาคม 2545 ได้มีการแบ่งส่วนราชการกรมการศาสนาเดิม ออกเป็น 2 หน่วยงาน คือ กรมการศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ดังปรากฎอยู่ทุกวันนี้

ประวัติสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รัฐบาลประกาศใช้พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2545 ทำให้ส่วนราชการที่รับสนองงานคณะสงฆ์ แต่เดิมคือ กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม (มาตรา 37) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีฐานะเป็นกรม ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี  และกระทรวง  แต่อยู่บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2545 เป็นต้นมา

ปีงบประมาณ 2548 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้รับมอบอำนาจหน้าที่ตามกฎกระทรวง การแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ. 2549 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา หน้าที่ 11 เล่มที่ 123 ตอนที่ 25 ก ลงวันที่ 14 มีนาคม 2549 ให้ดำเนินการเพื่อสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ และกิจกรรมหลัก เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนางานให้เป็นไปตามตัวชี้วัดความสำเร็จและเป้าหมายที่กำหนด อันจะทำให้พระพุทธศาสนามีความเจริญ มั่นคง ยั่งยืน ตลอดไป

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ในระดับจังหวัด ตามการแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคของกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจในด้านพระพุทธศาสนาและสนองงานคณะสงฆ์ในส่วนภูมิภาค มีฐานะเทียบเท่ากอง ตามประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ 40/2547 ลงวันที่ 30 มกราคม 2547

อำนาจหน้าที่สำนักงานพระพุทธศานาแห่งชาติ

มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

๑) ดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์ และกฎหมายว่าด้วยการกําหนดวิทยฐานะ ผู้สําเร็จวิชาการพระพุทธศาสนา รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

(๒) รับสนองงาน ประสานงาน และถวายการสนับสนุนกิจการและการบริหารการปกครองคณะสงฆ์

(๓) เสนอแนวทางการกําหนดนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา

(๔) ส่งเสริม ดูแล รักษา และทํานุบํารุงศาสนสถานและศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา

(๕) ดูแล รักษา และจัดการวัดร้างและศาสนสมบัติกลาง

(๖) พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา

(๗) ทํานุบํารุงพุทธศาสนศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม

(๘) สนับสนุนและส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาท้ังในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก

(๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของสํานักงานหรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

อำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) ศึกษา วิเคราะห์ และรายงานข้อมูลสารสนเทศด้านพระพุทธศาสนา เพื่อกำหนดนโยบายในระดับจังหวัด รวมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไข

(๒) ติดตามและประเมินผลดำเนินงานตามนโยบาย แผนงาน โครงการของหน่วยงานในความดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด รวมทั้งรายงานผลการดำเนินงานปัญหาและอุปสรรคในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

(๓) ส่งเสริม ดูแล รักษา และทำนุบำรุงศาสนสถานและศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งดูแลรักษาและจัดการวัดร้างและศาสนสมบัติกลางในจังหวัด

(๔) ส่งเสริมและสนับสนุนให้วัดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และแหล่งภูมิปัญญาของชุมชนรวมทั้งส่งเสริมให้มีศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาจังหวัด

(๕) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และด้านพุทธศาสนศึกษา รวมทั้งดูแลและควบคุมมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดภายในจังหวัด ให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรมและพัฒนาบุคลากรทางพระพุทธศาสนา

(๖) รับสนองงาน ประสานงาน และสนับสนุนกิจการและการบริหารการปกครองคณะสงฆ์ ตลอดจนการดำเนินการตามนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองพระพุทธศาสนา

(๗) ส่งเสริมและประสานการดำเนินงานในการปฏิบัติศาสนพิธีและกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

(๘) ปฏิบัติงานตามกฎหมายในความรับผิดชอบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๙) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย

ประวัติผู้บริหาร

นายประดับ โพธิกาญจนวัตร
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

วฺฒิการศึกษาสูงสุด : รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต
(สาขา การบริหารจัดการภาครัฐ)


ประสบการณ์

- ผู้อำนวยการส่วนกิจกรรมและการเรียนรู้  สำนักงานพุทธมณฑล

- ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ภูเก็ต

- ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด สมุทรสงคราม

- ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด กาญจนบุรี

- โฆษกประจำสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

- ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธมณฑล

- ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด พระนครศรีอยุธยา

 

 


 

 

อัตรากำลัง

บุคลากรสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


๑. นายประดับ โพธิกาญจนวัตร  ผู้อำนวยการสำนักงาน
๒. นางสาลี อินทสังข์  นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ
๓. นางกัญญา หาแสงศรี นักวิชาการศาสนาชำนาญการ
๔. นางสาว สุกัญญา อุตสาหประดิษฐ์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ
๕. นางบุษราภรณ์ ตรีณาวงษ์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ
๖. นางสาว ลลิตา จีระวุฒิ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ
๗.นางสาว พัชรินทร์ ศรีอุทิตย์ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ
๘. นางสาว นิชรา  ทองเย็น นักวิชาการศาสนาชำนาญการ
๙. นางโกสุม สอนดี เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
๑๐. นางนงลักษณ์ อุทัยธรรม เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน
๑๑. นายสมชาย  แก้วไทย เจ้าพนักงานศาสนสมบัติชำนาญงาน
๑๒. นายวิโรจน์  สุภาเสพ เจ้าพนักงานศาสนาสมบัติชำนาญงาน
๑๓. นายไพสิฐ  พุทธิเกษตริน   นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
๑๔. นายพีระศักดิ์  อินทุประภา   นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ
๑๕. นายอรัญ  หาญจับพาล พนักงานขับรถ